ก่อนฉีด: ยาชา 2 ชั้น
ชั้นแรกคือยาชาชนิดทา 20–30 นาทีเพื่อลดความรู้สึกที่ผิว ชั้นที่สองคือยาชาฉีดที่โคนเพื่อบล็อกเส้นประสาทที่เลี้ยงทั้งลำ เข็มยาชาเล็กมากและฉีดเพียง 2 จุด ความรู้สึกคล้ายมดกัด 2–3 วินาที หลังจากนั้นทั้งลำจะชาภายใน 5–10 นาที นี่คือจุดที่เจ็บที่สุดของทั้งกระบวนการ และคนส่วนใหญ่ให้คะแนน 2–3 จาก 10
ระหว่างฉีด: รู้สึกตึง ไม่รู้สึกเจ็บ
หมอเปิดรูเล็ก 1–2 จุดด้วยเข็มขณะที่ชาแล้ว จากนั้นใช้ cannula ปลายทู่สอดเข้าไปกระจายเจล ความรู้สึกคือแรงดันและตึงเมื่อเจลเข้าไป ไม่ใช่ความเจ็บแบบแหลม บางคนรู้สึกจั๊กจี้หรือแปลกมากกว่าเจ็บ ใช้เวลา 20–40 นาที ระหว่างนี้คุยกับหมอได้ตลอด และหยุดพักได้ถ้าต้องการ
หลังฉีด 24 ชั่วโมงแรก
ยาชาหมดฤทธิ์ใน 2–4 ชั่วโมง หลังจากนั้นรู้สึกตื้อๆ บวม และตึงคล้ายฟกช้ำ กินยาแก้ปวดพาราเซตามอลได้ ส่วนใหญ่ไม่ต้องใช้ยาแรงกว่านั้น นอนหลับได้ปกติ แข็งตัวตอนเช้าอาจทำให้ตึงและไม่สบายช่วงวันแรกๆ เป็นเรื่องปกติ
วันที่ 2–7
ความตึงลดลงทุกวัน เขียวช้ำถ้ามีจะเปลี่ยนสีและจางใน 5–7 วัน ปัสสาวะไม่เจ็บเพราะฟิลเลอร์ไม่เกี่ยวกับท่อปัสสาวะ เดิน ทำงาน ขับรถได้ตามปกติตั้งแต่วันรุ่งขึ้น สิ่งที่รบกวนที่สุดคือความรู้สึกว่ามีอะไรแปลกอยู่ อาการนี้หายไปเมื่อเจลเข้าที่
หมอทำอะไรบ้างให้เจ็บน้อยลง
ทายาชาก่อนเสมอ ไม่ข้าม ฉีดยาชาด้วยเข็มเล็กและฉีดช้า ใช้ cannula แทนเข็ม จะได้ไม่ต้องแทงหลายจุด อุ่นเจลให้ใกล้อุณหภูมิร่างกาย ฉีดช้าให้เนื้อเยื่อขยายทัน และประคบเย็นทันทีหลังเสร็จ
เมื่อไรที่ความเจ็บไม่ปกติ
ปวดที่เพิ่มขึ้นแทนที่จะลดลงหลังวันที่ 3 ปวดรุนแรงเฉพาะจุดร่วมกับผิวซีดหรือคล้ำ มีไข้ หรือบวมแดงร้อนเฉพาะที่ ให้ติดต่อหมอทันที ไม่ต้องรอนัด อาการเหล่านี้พบน้อยแต่ต้องดูเร็ว