แยกชนิดก่อน เพราะวิธีแก้คนละทาง
| ชนิด | ลักษณะ | สาเหตุหลัก |
|---|---|---|
| เล็ดเมื่อมีแรงดัน (stress) | ไอ จาม หัวเราะ ยกของ กระโดด | กล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานและเนื้อเยื่อรอบท่อปัสสาวะอ่อนแรง หลังคลอด วัยทอง |
| กลั้นไม่อยู่ (urge) | ปวดแล้วต้องรีบ ไม่ทันบ่อย ตื่นกลางคืน | กระเพาะปัสสาวะไวเกิน |
| ผสม | มีทั้งสองแบบ | พบบ่อยในวัยทอง |
ระดับที่ 1: ฝึกกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานอย่างถูกวิธี
เป็นวิธีแรกสำหรับชนิด stress ทุกระดับ ได้ผลใน 60–70% เมื่อทำถูกและต่อเนื่อง 3 เดือน ปัญหาคือครึ่งหนึ่งทำผิดกล้ามเนื้อ หมอตรวจได้ในห้องตรวจว่าเกร็งถูกไหมและแรงแค่ไหน และส่งต่อนักกายภาพเฉพาะทางเมื่อต้องใช้เครื่องช่วยฝึก
ระดับที่ 2: ปรับพฤติกรรม
- ลดน้ำหนักถ้าเกิน ทุก 5 กิโลกรัมที่ลดช่วยได้ชัด
- เลี่ยงคาเฟอีนและเครื่องดื่มอัดลม
- รักษาอาการไอเรื้อรังและท้องผูก
- ปัสสาวะเป็นเวลา ไม่กลั้นนานและไม่เข้าบ่อยเกิน
ระดับที่ 3: เลเซอร์หรือ RF
สำหรับชนิด stress เล็กน้อยถึงปานกลางที่ฝึกแล้วยังไม่พอ เลเซอร์เพิ่มความแข็งแรงของเนื้อเยื่อรอบท่อปัสสาวะ ทำ 2–3 ครั้ง ไม่ผ่าตัด ไม่พักฟื้น ผลอยู่ราวปีกว่าแล้วทำซ้ำ ไม่ช่วยชนิด urge แบบนั้นต้องรักษาด้วยยาและฝึกกระเพาะปัสสาวะ
ระดับที่ 4: อุปกรณ์และผ่าตัด
อุปกรณ์พยุงในช่องคลอดใช้ได้ระหว่างออกกำลังกาย ส่วนการผ่าตัดใส่สายพยุงท่อปัสสาวะได้ผลสูงและอยู่ได้ยาวนานสำหรับเคสปานกลางถึงรุนแรง ทำโดยสูตินรีแพทย์หรือศัลยแพทย์ระบบทางเดินปัสสาวะ หมอประเมินและส่งต่อเมื่อถึงระดับนี้
มาตรวจอะไรบ้าง
ซักประวัติแยกชนิด ตรวจภายในดูความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและอวัยวะหย่อน ตรวจปัสสาวะแยกการติดเชื้อ และบางรายให้จดบันทึกการปัสสาวะ 3 วัน ทั้งหมดทำในห้องส่วนตัวกับแพทย์หญิง ใช้เวลา 20–30 นาที