เกิดอะไรขึ้นเมื่อฮอร์โมนลด
เอสโตรเจนที่ลดลงทำให้เยื่อบุช่องคลอดบางลง ยืดหยุ่นน้อยลง เลือดมาเลี้ยงน้อยลง ความเป็นกรดเปลี่ยน และสารหล่อลื่นตามธรรมชาติลด ผลคือแห้ง แสบ คัน เจ็บเวลามีเพศสัมพันธ์ เลือดออกหลังมีเพศสัมพันธ์ ปัสสาวะบ่อยหรือแสบ และติดเชื้อทางเดินปัสสาวะซ้ำ อาการเริ่มได้ตั้งแต่ก่อนประจำเดือนหมดและในคนที่ให้นมหรือได้ยาบางชนิด
ระดับที่ 1: ไม่ใช้ฮอร์โมน
มอยส์เจอไรเซอร์ช่องคลอดใช้สม่ำเสมอ 2–3 ครั้งต่อสัปดาห์เพื่อฟื้นความชุ่มชื้นระยะยาว ต่างจากสารหล่อลื่นที่ใช้เฉพาะตอนมีเพศสัมพันธ์ เลือกชนิดไม่มีน้ำหอม pH ใกล้เคียงช่องคลอด สารหล่อลื่นสูตรน้ำหรือซิลิโคนใช้ร่วมได้ การมีเพศสัมพันธ์หรือกระตุ้นสม่ำเสมอช่วยรักษาเลือดไหลเวียน
ระดับที่ 2: ฮอร์โมนเฉพาะที่
เอสโตรเจนขนาดต่ำชนิดครีม เม็ดสอด หรือห่วง ออกฤทธิ์เฉพาะที่ ดูดซึมเข้ากระแสเลือดน้อยมาก ได้ผลดีกับอาการแห้งและเจ็บภายใน 4–12 สัปดาห์ และลดการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะซ้ำ ใช้ได้ในผู้หญิงส่วนใหญ่ รวมถึงหลายรายที่เคยเป็นมะเร็งเต้านม แต่ต้องปรึกษาแพทย์ผู้รักษาก่อน
ระดับที่ 3: เลเซอร์หรือ RF
ทางเลือกสำหรับคนที่ใช้ฮอร์โมนไม่ได้ ไม่อยากใช้ หรือใช้แล้วไม่พอ กระตุ้นให้เยื่อบุหนาและชุ่มชื้นขึ้นโดยไม่ใช้ยา ทำ 2–3 ครั้ง ผลอยู่ราวปีกว่า ถ้าเยื่อบุบางมาก หมออาจให้เตรียมด้วยฮอร์โมนทาก่อนเพื่อให้ทำได้สบายขึ้น
ระดับที่ 4: ฮอร์โมนทดแทนทั้งระบบ
เมื่อมีอาการวัยทองอื่นร่วม เช่น ร้อนวูบวาบ นอนไม่หลับ อารมณ์แปรปรวน หรือกระดูกบาง การให้ฮอร์โมนทั้งระบบช่วยได้ทั้งหมดรวมถึงช่องคลอด ต้องประเมินความเสี่ยงรายบุคคล เริ่มในช่วง 10 ปีแรกหลังหมดประจำเดือนได้ประโยชน์มากกว่าความเสี่ยงสำหรับคนส่วนใหญ่ และติดตามเป็นระยะ
เลือกอย่างไร
| ถ้าคุณ | เริ่มที่ |
|---|---|
| อาการน้อย ไม่อยากใช้ยา | มอยส์เจอไรเซอร์ + สารหล่อลื่น |
| แห้ง เจ็บชัด ไม่มีอาการอื่น | ฮอร์โมนเฉพาะที่ |
| ใช้ฮอร์โมนไม่ได้หรือไม่อยากใช้ | เลเซอร์/RF + มอยส์เจอไรเซอร์ |
| มีร้อนวูบวาบ นอนไม่หลับร่วม | ปรึกษาเรื่องฮอร์โมนทดแทนทั้งระบบ |
| เลือดออกหลังมีเพศสัมพันธ์ | ตรวจภายในก่อนทุกอย่าง |
สิ่งที่ต้องตรวจก่อน
เลือดออกผิดปกติทุกชนิดหลังหมดประจำเดือนต้องตรวจหาสาเหตุก่อนเริ่มรักษา รวมถึงตรวจภายใน ผลคัดกรองมะเร็งปากมดลูกที่เป็นปัจจุบัน และประวัติมะเร็งเต้านมหรือลิ่มเลือดในครอบครัว หมอทำทั้งหมดนี้ในการมาครั้งแรก